ฟิล์มกรองแสง vs ผ้าม่าน

จะติดฟิล์มกรองแสงอาคาร หรือ ติดม่านดี ?

อากาศร้อนๆ แบบนี้ บางทีเปิดแอร์ยังแทบจะเอาไม่อยู่ กว่าแอร์จะเย็นก็ใช้เวลานานเหลือเกิน ต้องตั้งอุณหภูมิให้ต่ำๆ และปรับความแรงลมให้สูงที่สุด

หลายท่านคงกำลังหาวิธีช่วยลดความร้อนภายในบ้านและอาคารอยู่ ตัวเลือกแรกๆในใจของหลายคน ก็น่าจะเป็นม่านหรือฟิล์มกรองแสง แล้วจะเลือกติดอะไรดีหละ เรามีคำตอบครับ มาดูข้อดี ข้อเสีย ของม่านและฟิล์มกรองแสงกันครับ

ม่าน

ม่าน: ข้อเสีย

  • การใช้ม่านทึบแสง จะทำให้ห้องมืด ต้องเปิดไฟ ส่งผลให้สิ้นเปลืองค่าไฟฟ้ามากขึ้น และยังอดมองวิวสวยๆภายนอก
  • การทำความสะอาด และดูแลรักษาของม่านจะยุ่งยากกว่าฟิล์ม
  • ม่านผ้าจะเป็นที่สะสมของฝุ่น ส่งผลเสียต่อคนที่เป็นภูมิแพ้

ม่าน: ข้อดี

  • ช่วยลดแสง
  • ลดความร้อน
  • เพิ่มความเป็นส่วนตัว (ทั้งกลางวันและกลางคืน)
  • ใช้เป็นของตกแต่งภายใน เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับห้องและด้านในอาคาร
  • ป้องกันรังสี UV ได้เฉพาะเวลาที่ปิดม่านเท่านั้น

ฟิล์มกรองแสง

ฟิล์มกรองแสง: ข้อเสีย

  • ไม่ให้ความเป็นส่วนตัวในเวลากลางคืน
  • หากติดฟิล์มเข้ม ตอนกลางคืนจะมองเห็นด้านนอกได้ยาก

ฟิล์มกรองแสง: ข้อดี

  • ช่วยลดแสง ลดความร้อน เพิ่มความเป็นส่วนตัว (เฉพาะกลางวันเท่านั้น)
  • สามารถใช้เพิ่มความสวยงามให้กับภายนอกอาคาร
  • ป้องกันรังสี UV ได้มากกว่า 99% ตลอดเวลา

ได้เห็นข้อดี ข้อเสียกันไปแล้ว เราขอสรุปและแนะนำตามนี้ครับ

ม่าน : ใช้เพื่อการตกแต่งภายในให้สวยงาม และช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในเวลากลางคืน

ฟิล์มกรองแสง : ใช้เพื่อลดแสงและลดความร้อนในเวลากลางวัน

บ้าน อาคารที่พักอาศัย หรือสถานที่ที่เราใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืน สิ่งแรกที่ควรติดก่อนคือม่าน ติดเพื่อความสวยงาม และเพิ่มความเป็นส่วนตัวในเวลากลางคืน แต่หากท่านมีปัญหาเรื่องความร้อนในเวลากลางวัน ก็ควรพิจารณาติดฟิล์มกรองแสงเพิ่มเติม เพราะนอกจากฟิล์มกรองแสงจะช่วยลดความร้อนให้บ้านของท่านแล้ว ฟิล์มกรองแสงยังช่วยปกป้องทรัพย์สินภายในบ้านของท่านจากความร้อน และรังสี UV ซึ่งรวมถึงการช่วยยืดอายุของสีผ้าม่านให้ซีดช้าลงด้วยเช่นกัน

สำหรับออฟฟิศสำนักงาน หรือสถานที่ที่ใช้ในเวลากลางวันเป็นหลัก แนะนำว่าควรติดฟิล์มกรองแสงก่อน เพราะจะช่วยลดความร้อน ลดแสงจ้า และยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้อีกด้วย ส่วนการเลือกใช้ม่านก็ให้มองเป็นเรื่องของการตกแต่งเป็นหลัก