fbpx

ขับรถปลอดภัยในหน้าฝน

ขับรถในหน้าฝน

การขับรถในวันฝนตก เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงในเรื่องความปลอดภัย และอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น MAXXMA Film มีวิธีการขับรถในวันฝนมาฝาก รับรองว่าถ้าทุกท่านปฏิบัติตามจะสามารถเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างแน่นอน

1. ตรวจสอบความพร้อมของรถยนต์

อันดับแรก ที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ คือการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถยนต์นั่นเอง

ด้วยวิธีการง่ายๆที่ใครก็ทำได้ ดังนี้เลยจ้า อันดับแรกมาเช็คสภาพยางใบปัดน้ำฝน ,ก็เช็คระดับน้ำฉีดกระจก, ต่อมาอาจต้องพาไปให้ช่างที่ร้าน ช่วยเช็คให้ เพื่อความชัวร์กว่าอย่างเช่น ระบบเบรค สภาพยาง ดอกยาง แรงดันลมยาง (ลมยางที่อ่อนเกินไปและดอกยางที่มีน้อยเกินไปจะทำให้ประสิทธิภาพในการรีดน้ำ ลดลงจะทำให้เกิดการลื่นไถลได้ง่าย) ระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ เพียงเท่านี้ รถยนต์คันเก่งก็พร้อมพาคุณเดินทางไปในทุกเส้นทางได้อย่างปลอดภัย

ขับรถในหน้าฝน เช็คสภาพรถ

2. ช้าแต่ชัวร์

ขับด้วยความเร็วที่เหมาะสม ระดับความเร็วในการขับขี่ข้อนี้สำคัญมาก

กฏหมายมีข้อกำหนดให้ขับรถยนต์ในความเร็วที่ไม่เกิน 80 กม./ชั่วโมง การขับรถที่ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด ถือเป็นเรื่องอันตรายอยู่แล้ว และถ้าหากยิ่งขับเร็วในเวลาที่ฝนตกนั้น ก็ยิ่งเพิ่มความอันตรายมากขึ้นไปอีก

ดังนั้นควรใช้ความเร็วที่พอดีและไม่ต้องเร่งรีบ แม้เราจะระมัดระวังอย่างดีแล้วก็ตาม แต่อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยไม่มีใครคาดคิด ถ้าเราขับรถด้วยความเร็วที่พอดี หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เจอน้ำท่วมขังบนถนน ก็ยังสามารถควบคุมรถได้ทันท่วงที มากกว่าการขับด้วยความเร็วสูงซึ่งเป็นอันตรายมากกว่าอย่างแน่นอน

อาจถึงที่หมายช้าหน่อย หรืออาจต้องวางแผนเวลา เผื่อเวลามากกว่าปกติจะดีกว่า และถ้าหากเรามีสติที่ดีและสามารถควบคุมได้ รวมไปถึงการไม่ประมาท ก็จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ด้วยนะ

ขับรถฝนตก ช้าแต่ชัวร์

3. เปิดใบปัดน้ำฝนในระดับที่เหมาะสม/เช็คสภาพยางปัดให้พร้อมใช้งาน

ข้อนี้ก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะใบปัดน้ำฝนจะทำหน้าที่กวาดน้ำบนกระจกบานหน้าให้เราสามารถมองเห็นเส้นทางได้ชัดเจน

  • ถ้าใช้ความเร็วเกินไปในจังหวะการปัดนั้น จากประโยชน์ อาจกลายเป็นโทษแทนได้เลย เพราะใบปัดอาจพรางสายตา ทำให้การมองเห็นพลาดได้ เพราะฉะนั้นเราควรปรับระดับใบปัดน้ำฝน ให้อยู่ในจังหวะที่เหมาะสมกับสภาพฝนในตอนนั้นๆ เพื่อให้การมองเห็นเส้นทางมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  • ถ้าเปิดใบปัดที่จังหวะช้าเกินไป อาจเกิดผลเสียในช่วงฝนตกหนักคือ น้ำฝนไหลอยู่บนกระจกมากเกินไป ก็อาจทำให้มองเส้นทางได้ไม่ถนัดนั่นเอง

แล้วอย่าลืมตรวจเช็คสภาพยางบนใบปัดด้วยนะคะ ว่ายังคงอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานหรือไม่ หากยางเสื่อมสภาพแล้ว ก็ควรเปลี่ยนให้เรียบร้อยก่อนใช้งานด้วยค่ะ 

ขับรถในหน้าฝน ปรับใบป้ดน้ำฝน

4. เปิดไฟรถ เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

กรณีที่ฝนตกหนักมากจนมองแทบไม่เห็นทาง เพราะในตอนฝนตกอากาศภายนอกรถก็จะมืดครึ้ม รวมถึงฝนที่ตกลงมาบดบังสายตา ทำให้การมองเห็นเส้นทางหรือรถคันอื่นๆมีประสิทธิภาพลดน้อยลง การเปิดไฟรถในยามฝนตก เป็นสิ่งที่ควรทำเพราะจะสามารถช่วยในเรื่องการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

ขับรถหน้าฝน เปิดไฟหน้า

5. ห้าม! เบรกกระทันหัน

ระบบเบรก เป็นระบบที่สำคัญมากในการขับขี่รถยนต์ เพราะถ้าหากเราใช้ผิดลักษณะ ผิดจังหวะละก็ อาจนำไปสู่อันตรายและการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างไม่คาดคิด

ยิ่งเวลาฝนตก ถนนลื่นการเบรกแรงๆ บนถนนลื่นอาจทำให้ล้อล็อค ขาดการควบคุมและไม่สามารถบังคับทิศทางได้ หรืออาจทำให้รถหมุนเคว้งได้เลย หากไม่จำเป็นไม่ควรแตะแป้นเบรกกระทันหันหรือแรงจนเกินไป เพราะถนนอาจลื่นทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ ข้อนี้ถือเป็นอันตรายอย่างมาก

ขับรถหน้าฝน ไม่เบรกกะทันหัน

6. หลีกเลี่ยงจุดที่มีน้ำท่วมขัง

ปัญหาการเกิดน้ำท่วมขังสามารถพบได้เป็นปกติ ในช่วงเวลาที่ฝนตก เพราะบนถนนมักมีหลุม หรือน้ำที่ไม่สามารถระบาย ไหลลงสู่ท่อระบายน้ำได้ทันทีนั่นเอง เลยทำให้เกิดแอ่งน้ำ น้ำขังตามมา

หากมองเห็นจุดที่มีน้ำท่วมขัง ให้พยายามเลี่ยง แต่หากไม่สามารถเลี่ยงได้ การขับรถผ่านจุดที่มีน้ำขังด้วยความเร็วสูงนั้น อาจทำให้รถเกิดอาการเสียหลักได้ ทางที่ดีหากพบเห็นแอ่งน้ำอยู่ข้างหน้า ควรชะลอความเร็วลงก่อน ขณะขับผ่านแอ่งน้ำห้ามเหยียบคันเร่งหรือเบรคเป็นอันขาด เพราะอาจทำให้รถเสียการควบคุม เมื่อพ้นแอ่งน้ำจึงเหยียบคันเร่งต่อไปได้ แต่ถ้าหากพอจะหัก ดูน้อยลง

ขับรถหน้าฝน เลี่ยงน้ำขัง

7. ทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ 2 เท่า

โดยปกติ เราเว้นระยะห่างกับรถคันหน้าอยู่แล้ว ยิ่งเป็นเวลาฝนตก ยิ่งต้องระมัดระวังและเพิ่มความรอบคอบให้ตัวเองเป็นพิเศษ

ควรทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติถึง 2 เท่า เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เรายังสามารถควบคุมรถได้ดีกว่าการขับในระยะที่ใกล้รถคันหน้าเกินไป การทิ้งระยะมากกว่าปกติจะช่วยลดโอกาสเกิดอุบติเหตุได้

ขับรถหน้าฝน ทิ้งช่วงห่างกับคันหน้า