fbpx
header-image-bg

ขับรถเซียน...

26 April

ขับรถเซียนๆ ผ่านน้ำท่วมฉลุย

 
 
 
 
 

 

ฝนตกทั้งที... หนีไม่พ้นที่จะต้องพบเจอกับจำนวนน้ำมหาศาล ทะลักท่วมถนนหนทางในการสัญจร สร้างปัญหารถติดยาวกิโล! ถึงเป้าหมายช้าเป็นชั่วโมง สองชั่วโมง...
รถยนต์เป็นยานพาหนะที่ใช้เดินทางที่ได้รับความนิยมมาก ทั้งสะดวกสบาย และรวดเร็ว แต่ด้วยจำนวนที่ผู้คนนิยมใช้รถยนต์มาก รถก็จะต้องติดเป็นธรรมดา ยิ่งน้ำท่วมเมื่อไร ยิ่งทรมาน
เวลาน้ำทั่วมสิ่งที่เรากังวลที่สุด คือ “รถดับเมื่อไร....... ตายเมื่อนั้น!” นึกถึงรถที่แช่อยู่ในน้ำ ก็รู้สึกกลัวแล้ว

 

 

 

เรามีวิธีขับรถหน้าฝน วิ่งฉลุยผ่าน้ำท่วมมาบอก อย่างน้อยๆ รู้เทคนิคนี่ก็ขับรถแบบเทพๆ บนน้ำท่วมได้แหละนะ

 

1. สังเกตระดับน้ำ

เราต้องสังเกตระดับน้ำที่ท่วมบนถนนด้วยนะว่า สูงประมาณไหน? สูงเกิน 1 ฟุต นี้ถือว่าอันตรายละนะ อาจจะส่งผลให้เครื่องดับได้ ไม่ควรไปต่ออย่างยิ่งค่ะ ควรพอแค่นี้

2. ปิดระบบปรับอากาศ

ปิดแอร์หรือฮีตเตอร์ก่อน แล้วเปิดกระจกรถยนต์พร้อมระบายอากาศ เพราะใบพัดอาจเข้ามาพัดน้ำ เข้าเครื่อง และระบบไฟได้

3. ใช้เกียร์ต่ำ

ให้เลือกใช้เกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 และรักษาอัตราเร่ง 1500-2000 รอบ ต่ำกว่านี้อาจทำให้เครื่องดับ สูงกว่านี้ อาจดูดอากาศ และน้ำเข้ามาในเครื่องได้อีก

4. รักษาระยะห่างระหว่างคันหน้า

เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของเบรกจะลดลง เพราะแช่อยู่ในน้ำนาน อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

5. ผ้าเบรกต้องแห้ง

เมื่อขับพ้นน้ำท่วมมาแล้ว ต้องเบรกเป็นช่วงๆ เพื่อทำให้น้ำที่ติดอยู่ที่ผ้าเบรกแห้ง

6. ถ้าเครื่องดับ

เมื่อไม่อาจหลีกเหลี่ยงน้ำท่วมได้ ซึ่งต้องขับฝ่าน้ำท่วมจนเครื่องดับ ให้คนช่วยเข็นรถไปจอดในที่สูง พ้นน้ำ แล้วรอสักพัก เพื่อให้น้ำระเหย อย่าพึ่งสตาทรถ เพราะจะทำให้น้ำเข้าเครื่องมากกว่าเดิม

1. สังเกตระดับน้ำ

เราต้องสังเกตระดับน้ำที่ท่วมบนถนนด้วยนะว่า สูงประมาณไหน? สูงเกิน 1 ฟุต นี้ถือว่าอันตรายละนะ อาจจะส่งผลให้เครื่องดับได้ ไม่ควรไปต่ออย่างยิ่งค่ะ ควรพอแค่นี้

2. ปิดระบบปรับอากาศ

ปิดแอร์หรือฮีตเตอร์ก่อน แล้วเปิดกระจกรถยนต์พร้อมระบายอากาศ เพราะใบพัดอาจเข้ามาพัดน้ำ เข้าเครื่อง และระบบไฟได้

3. ใช้เกียร์ต่ำ

ให้เลือกใช้เกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 และรักษาอัตราเร่ง 1500-2000 รอบ ต่ำกว่านี้อาจทำให้เครื่องดับ สูงกว่านี้ อาจดูดอากาศ และน้ำเข้ามาในเครื่องได้อีก

4. รักษาระยะห่างระหว่างคันหน้า

เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของเบรกจะลดลง เพราะแช่อยู่ในน้ำนาน อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

5. ผ้าเบรกต้องแห้ง

เมื่อขับพ้นน้ำท่วมมาแล้ว ต้องเบรกเป็นช่วงๆ เพื่อทำให้น้ำที่ติดอยู่ที่ผ้าเบรกแห้ง

6. ถ้าเครื่องดับ

เมื่อไม่อาจหลีกเหลี่ยงน้ำท่วมได้ ซึ่งต้องขับฝ่าน้ำท่วมจนเครื่องดับ ให้คนช่วยเข็นรถไปจอดในที่สูง พ้นน้ำ แล้วรอสักพัก เพื่อให้น้ำระเหย อย่าพึ่งสตาทรถ เพราะจะทำให้น้ำเข้าเครื่องมากกว่าเดิม

 

นี่เป็นความเซียนเบื้องต้นที่อยากบอก น่าจะช่วยให้คุณขับรถบนสถาณการณ์น้ำท่วมได้ง่ายขึ้น หากไม่อยากเสี่ยง กลัวรถตาย แนะนำว่าหาที่จอดรถดีดี แห้งๆ สูงๆ หน่อย แล้ว หาวิธีอื่นเดินทางต่อไปแทนดีกว่า เพราะเมื่อไรที่รถยนต์คันน้อยของเราต้องเข้าศูนย์ แล้วละก็...ความปกติของรถยนต์ของเราต้องหายไปอย่างแน่นนอน

 

C O N T A C T

0 – 2 5 4 3 – 6 6 0 1 – 2

0 8 0 – 5 5 9 – 5 9 3 5

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

C O N T A C T

0 – 2 5 4 3 – 6 6 0 1 – 2

0 8 0 – 5 5 9 – 5 9 3 5

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .