fbpx
header-image-bg

MAXXMA ลุยต่อตล...

17 April

MAXXMA ลุยต่อตลาดอาคารสูง เจาะกลุ่มสถาปนิก มัณฑนากร

วงศ์บราเดอร์ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสง“ MAXXMA” ประกาศบุกตลาดช่วงไตรมาสสอง ปี 55 ประเดิมร่วมงาน Build Tech’12 หวังกรุยทางสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เต็มตัว เจาะกลุ่มสถาปนิก มัณฑนากร ดีเวลลอปเปอร์ และผู้รับเหมา เชื่อครึ่งปีหลังตลาดฟื้นตัว ตั้งเป้าโกยยอดขาย 50 ล้านบาท

นายชัยรัตน์ ชูประภาวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วงศ์บราเดอร์ อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงภายใต้แบรนด์ “ MAXXMA” (แม็กซ์ม่า) เปิดเผยว่า จากแผนการบุกตลาดฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคารบ้านเรือนในปีที่ผ่านมานั้น ประสบความสำเร็จอย่างมาก และเริ่มส่งผลดีมายังในไตรมาสแรกปีนี้ ทำให้บริษัทจะเร่งบุกตลาดฟิล์มกรองแสงอาคารมากขึ้น โดยเข้าร่วมงาน Build Tech’12 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 5-8 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

ทั้งนี้ การเข้าร่วมงาน Build Tech’12 เพราะเป็นงานแสดงสินค้าและบริการเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยตรง โดยผู้ที่เข้ามาร่วมชมงาน ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มสถาปนิก มัณฑนากร และผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่บริษัทต้องการขยายเข้าไปนำเสนอให้เห็นถึงประโยชน์และข้อดีของการติดฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคารบ้านเรือน โดยเฉพาะอาคารสูง ประเภท อาคารสำนักงานและคอนโดมิเนียม

นายชัยรัตน์ กล่าวอีกว่า กลุ่มสถาปนิก มัณฑนากร และผู้รับเหมาก่อสร้าง จะเป็นผู้เสนอข้อมูลให้ลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าของโครงการและเจ้าของบ้านติดฟิล์มกรองแสง เพื่อช่วยป้องกันแสงแดดเข้าสู่อาคารบ้านเรือน ช่วยลดความร้อน ซึ่งทำให้ประหยัดพลังงาน อีกทั้งยังช่วยถนอมเฟอร์นิเจอร์ให้มีความสวยงาม คงทนอีกด้วย

จากการร่วมงานในครั้งนี้ มีผู้สนใจ ทั้งสถาปนิก วิศวกร เจ้าของโครงการและผู้รับเหมาเข้าร่วมชมบูธและขอข้อมูลเกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงแม็กซ์ม่าจำนวนมากพอสมควร ซึ่งส่วนใหญ่มาศึกษาข้อมูล เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจติดฟิล์มกรองแสง ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีการนำฟิล์มกรองแสงไปติดอาคารเพื่อป้องกันความร้อนกันมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ตลาดจะไม่เติบโตแบบหวือหวา เพราะฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคารบ้านเรือนในประเทศไทยเป็นตลาดค่อนข้างใหม่ ขณะที่ต่างประเทศใช้ฟิล์มกรองแสงสำหรับป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคารมานานแล้ว เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันความร้อนแล้ว ยังประหยัดการใช้พลังงาน อีกทั้งยังทำให้อาคารมีความสวยงามมากกว่าการใช้ผ้าม่านด้วย สำคัญยังไม่ต้องกังวลกับปัญหาฝุ่นละออง ซึ่งเป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดการสะสมของแหล่งเชื้อโรคด้วย

สำหรับสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ นายชัยรัตน์ กล่าวว่า สภาพตลาดเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน กำลังซื้อเริ่มกลับมา หลังจากชะลอตัวจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปีก่อน แต่คาดว่านโยบายขึ้นค่าแรงเป็น 300 บาทต่อวัน และปริญญาตรีเดือนละ 15,000 บาท จะทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้กำลังซื้อดีขึ้น ด้านนายอนุชา อภิรมย์เดช ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท วงศ์บราเดอร์ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสสอง บริษัทมีแผนที่จะบุกโครงการแนวสูง ประเภทคอนโดมิเนียมมากขึ้น เพราะปีนี้มีผู้ประกอบการหันไปลงทุนโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้น ตามความต้องการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้ตลาดฟิล์มกรองแสงเติบโตขึ้นด้วย

นายอนุชา กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตัวฟิล์มกรองแสง Maxxma Max รุ่นNano ceramic film มี 4 รุ่น ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตารางฟุตละ 180 บาท เป็นฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคารบ้านเรือนที่ผลิตจากโพลีเอสเตอร์คุณภาพสูง เคลือบด้วยผงเซรามิคโมเลกุลเล็ก ผสมสารป้องกันรังสียูวี และอินฟาเรด ปิดทับด้วยสารกันรอยที่มีความแข็งแรงสูง ช่วยให้เนื้อฟิล์มใสไม่ขุ่นมัว เนื้อฟิล์มมีความเคลียร์สูงแสงสะท้อนต่ำ ให้ภาพคมชัด สบายตาทั้งเวลากลางวันและกลางคืน สีฟิล์มคงทนไม่ซีดจาง ไม่เป็นรอยขูดขีดและรักษาง่าย ป้องกันรังสีอันตรายและลดความร้อนได้สูง และยังป้องกันรังสี ยูวี ได้มากกว่า 99% ทั้งยังช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศภายในอาคารด้วย

สำหรับแผนด้านการตลาดนั้น จะเน้นการทำตลาดเชิงรุก ด้วยการสื่อสารตรงและสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการจัดรายการส่งเสริมการขายในรูปแบบต่าง จะเน้นการออกบูธแนะนำสินค้า ซึ่งจะเจาะกลุ่มไปที่งานเกี่ยวกับวงการบ้าน สถาปนิก งานแสดงสินค้าเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งด้วย โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 40 ล้านบาท